User Tools

Site Tools


tutorial:oop

Differences

This shows you the differences between two versions of the page.

Link to this comparison view

Both sides previous revision Previous revision
Next revision
Previous revision
tutorial:oop [2018/12/25 13:49]
admin
tutorial:oop [2019/01/17 07:33] (current)
admin
Line 9: Line 9:
  
 =====OOP มีอะไรบ้าง===== =====OOP มีอะไรบ้าง=====
-โดยทั่วไป หลักการ OOP ในหลายๆภาษาจะคล้ายคลึงกัน แตกต่างกันเพียงแค่ Syntax เท่านั้น โดยหลักการดังกล่าว ​มักจะประกอบไปด้วยส่วนต่างๆดังต่อไปนี้ +โดยทั่วไป หลักการ OOP ในหลายๆภาษาจะคล้ายคลึงกัน โดยหลักการดังกล่าวได้ถูกหล่อหลอมรวมกันจนกลายมาเป็น ​Class และ Object นั่นเอง ​อธิบายได้แบบสั้นๆง่ายๆดังนี้ (เนื่องจาก Class และ Object คล้ายกัน ​เนื่องจากเกิดมาจากหลักการ OOP เหมือนกัน ​ดังนั้นจะขอนำแค่ Class มายกตัวอย่าง)
-====1. Classes and Instances==== +
-หากเราจำเป็นต้องสร้างโค๊ดเกี่ยวกับอะไรสักอย่างหนึ่ง ​ยกตัวอย่าง เช่น รถยนต์ โดยที่รถยนต์ที่เราจะสร้างขึ้นมานั้น มีหลายคัน ​คงจะลำบากไม่ใช่น้อยที่จะต้องมาเขียนโค๊ดสำหรับรถยนต์เหล่านั้นไปทีละตัวจนหมด ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากเรารู้จักการเขียน Class และ Object(Instance) \\ \\+
  
-**Classes** ​คือ ​ต้นแบบ เปรียบเสมือนการออกแบบรถยนต์ว่าควรประกอบไปด้วยคุณสมบัติอะไรบ้าง เช่น โครงสร้าง เครื่องยนต์ ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง ตัวถัง เป็นต้น ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ​เราเรียกว่า Property แค่นั้นยังไม่พอ รถยนต์ควรจะมีความสามารถอะไรบ้าง นั่นคือ ​ขับได้ ​วิ่งไปมาด้วยความรวดเร็วได้ เบรคได้ ​เราเรียกสิ่งนี้ว่า Method ​+====1. Encapsulation==== 
 +คือ การจำกัดการเข้าถึง Field, Method และ Property ​ต่างๆ ของ Class นั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดการเรียกใช้งานจากภายนอกอย่างไม่เหมาะสม การจำกัดการเข้าถึงในที่นี้คือการใส่ Access Specifier เหล่านี้ ​คือ Private, Protected, Public และ Published สำหรับรายละเอียดสามารถอ่านได้จากหัวข้อถัดไป  
 +====2. Inheritance==== 
 +คือ การถ่ายทอด สืบต่อ เช่น Class B สืบต่อความสามารถมาจาก Class A จะทำให้ ​ Class B สามารถทำทุกอย่างที่ Class A ทำได้  
 +====3. Polymorphism==== 
 +คือ การเปลี่ยนรูปร่าง เช่น หาก Class B สืบต่อความสามารถมาจาก Class A จะทำให้ Class B ถูกมองว่าเป็น Class B หรือ ​Class A ก็ได้ในขณะเดียวกัน 
 +====4. Overriding==== 
 +คือ การปรับเปลี่ยน เช่น หาก Class B สืบต่อความสามารถมาจาก Class A แล้ว สำหรับ Class B เราสามารถปรับเปลี่ยนความสามารถที่ได้รับมาจาก ​Class A เพื่อให้ทำงานได้เหมาะสมขึ้น
  
-**Objects (Instances)** คือ ผลิตภัณท์ที่เกิดจากต้นแบบ (Class) เช่น เราผลิตรถยนต์ขึ้นมาใช้งานจริง 5 คัน ซึ่งใน 5 คันนี้ อาจมี Property ที่ต่างกันไป ​ แต่ทุกคันมี Method ที่เหมือนกัน เราเรียกรถยนต์เหล่านี้ว่า Object หรือ Instance เป็นต้น แต่เนื่องจากคำว่า Object มีใช้ในภาษา Pascal เช่นกัน และเป็นคำเฉพาะซึ่งหมายถึงการสร้างวัตถุที่เป็นต้นแบบขึ้นมาเหมือนกัน (คล้าย Class) ดังนั้นต่อไปนี้จะขอใช้คำว่า Instance แทน 
  
-**__หมายเหตุ__** - **Object** สำหรับภาษา Pascal หมายถึงการสร้างวัตถุที่มีทั้งคุณสมบัติ (Property) และกระบวนการ (method) เหมือนกันกับ Class เพียงแต่ Class นั้นเพิ่งเกิดมาในภายหลัง ทั้งคู่มีความแตกต่างกันในเรื่องของการเรียกใช้งาน โดย Object จะคล้ายกับ Record ที่มี Property กับ Method นั่นเอง หรือ ที่เรียกว่า Advance Record \\ 
-ในโปรแกรม Turbo Pascal สมัยก่อน Object ถูกใช้ทำหน้าที่เหมือนกันกับ Class ในสมัยนี้ ​ แต่ต่อมาภายหลัง เมื่อมีการเปิดตัว Delphi จึงได้มีการคิดค้น Class ขึ้นมาเพื่อใช้งานแทน Object แต่อย่างไรก็ตาม Object ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันมาปกติจนถึงปัจจุบัน 
-สิ่งที่แต่ต่างกัน ระหว่าง Class กับ Object คือ 
-  *Object ใช้หน่วยความจำแบบ Stack ส่วน Class ใช้หน่วยความจำแบบ Heave นั่นทำให้ทุกครั้งที่มีการสร้าง Instance จาก Class ขึ้นมาใช้งาน จำเป็นต้องมีการกำจัด Instance เมื่อใช้งานเสร็จเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา Memory Leak 
-  *Object ใช้การอ้างอิงตัวแปรแบบ Value ส่วน Class ใช้การอ้างอิงตัวแปรแบบ Reference เพื่อให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่าง หากให้ A,B เป็น Object เมื่อใช้คำสั่ง B:=A ; จะหมายถึง มี B เกิดขึ้นมาอีกหนึ่งตัวซึ่งเกิดจากการคัดลอก A ผลก็คือหากเราทำอะไรกับ B ก็จะไม่ส่งผลกับ A เพราะเป็นคนละตัวกัน แต่หากเราให้ A,B เป็น Instance ของ Class เมื่อใช้คำสั่ง B:=A ; จะกลายเป็นว่า B อ้างอิงไปที่ A ไม่ได้เกิดการคัดลอกใดๆ ทีนี้หากเราทำการเปลี่ยนแปลง B จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลง A ด้วยเช่นกัน 
- 
-=== 1.1 Class === 
-การสร้าง Class เริ่มต้น ทำได้ดังนี้ 
- 
-  Type 
-     ​TMyClass = class 
-       ​Item:​integer;​ 
-       ​Procedure DoSomething; ​     
-     end; 
- 
-การสร้าง Class ต่อจาก Class อื่น หรือเรียกว่าการสืบทอด (Inheritance) ทำได้ดังนี้ 
- 
-  Type 
-     ​TMyClass = class(TBaseClass) 
-       ​Item:​integer;​ 
-       ​Procedure DoSomething; ​     
-     end; 
- 
-องค์ประกอบของ Class แบบละเอียด มีดังนี้ 
- 
-<sxh delphi;> 
-Type 
-  TMyItem = class(TPersistent);​ 
-   ​private 
-     ​FName:​string;​ 
-     ​FValue:​integer; ​ 
-     ​function GetIsOK:​boolean;  ​ 
-   ​protected 
-     ​procedure DoSomeThing1; ​ 
-     ​procedure DoSomeThing2;​ virtual; 
-   ​public 
-     ​constructor Create; override; 
-     ​destructor Destroy; override; 
-     ​procedure Assign(Source:​ TPersistent);​ override; 
-     ​property IsOK:​boolean read GetIsOK;  ​ 
-   ​published 
-     ​property Name:string read FName write FName; 
-     ​property Value:​integer read FValue write FValue default 0; 
-</​sxh>​ 
- 
-**Ancestor Class** หรือ **Super Class** คือ class ต้นแบบ จากตัวอย่าง คือ TPersistent ​ 
-\\ 
-**Field Parameters** คือ ส่วนที่ถูกประกาศเป็นตัวแปรคล้ายกับการประกาศ var จากตัวอย่างข้างบน คือ FName และ FValue ตัวแปรเหล่านี้มักถูกประกาศเพื่อใช้เก็บค่าสำหรับ Property ​ 
-\\ 
-**Constructor and Destructor** คือ Procedure ชนิดหนึ่ง แต่มีความสำคัญต่อ class มาก จึงต้องเขียนให้มีชื่อเฉพาะเป็นของตนเอง Constructor จะที่ถูกเรียกเพื่อใช้สร้าง Instance เพื่อทำการจัดสรรหน่วยความจำให้เหมาะสม ส่วน Destructor จะถูกเรียกเพื่อทำลาย Instance แล้วคืนหน่วยความจำ\\ 
-**Properties** คือคุณสมบัติของ Instance โดยทั่วไป Property จะประกอบไปด้วย Getter (คำสั่งหลัง read) และ Setter (คำสั่งหลัง write) 
-**Access Modifiers** คือ คำเหล่านี้ private, protected, public และ published 
- 
-====2. Encapsulation==== 
-====3. Inheritance==== 
-====4. Polymorphism==== 
-====5. Overriding==== 
-====6. Overloading==== 
tutorial/oop.1545720563.txt.gz · Last modified: 2018/12/25 13:49 by admin